
Dopamine Effect คือปรากฏการณ์ที่ทำให้เทรดเดอร์ “อยากเทรดเพิ่ม” หลังพอร์ตบวก เพราะสมองหลั่งสารความสุขจนรู้สึกอยากได้รางวัลซ้ำ บทความนี้จะพาไปรู้จักกลไกสมองเบื้องหลัง และวิธีควบคุมไม่ให้ความสุขระยะสั้นทำลายกำไรระยะยาว
เคยไหม? พอร์ตบวกแล้วมือมันคัน
ได้กำไรจากไม้แรกไม่ทันไร มือก็อยากเปิดอีก 😆 ทั้งที่แผนเดิมบอกว่า “พอแล้วสำหรับวันนี้” แต่ใจกลับบอกว่า “อีกสักไม้เถอะ เดี๋ยวได้เพิ่ม สุดท้ายจากกำไรหลักพัน กลายเป็นขาดทุนในไม่กี่นาที...
นี่แหละคืออิทธิพลของ Dopamine Effect สารเคมีตัวเล็ก ๆ ในสมอง ที่สามารถทำให้เทรดเดอร์รู้สึก “ติดตลาด” ได้ไม่ต่างจากการติดเกมหรือติดโซเชียล
ตลาดไม่ได้หลอกเรา…สมองเรานี่แหละที่หลอกตัวเอง
Dopamine Effect คืออะไร?
Dopamine คือสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับ “แรงจูงใจและความสุข” มันจะหลั่งออกมาเวลาที่เราคาดหวังจะได้รับรางวัล เช่น
ได้กำไรจากการเทรด
มีออเดอร์ปิดเขียว
ได้เสียงแจ้งเตือน Profit จาก MT5
แต่ความน่าสนใจคือ...Dopamine ไม่ได้หลั่งตอนเรา “ได้กำไรจริง” เท่านั้น มันเริ่มหลั่งตั้งแต่ “ตอนเราคาดว่าจะได้กำไร” แล้ว! 😲
เพราะฉะนั้น ยิ่งเราตื่นเต้นกับการเปิดออเดอร์ สมองก็จะยิ่งหลั่ง Dopamine มากขึ้น จนสุดท้ายเรากลายเป็น “เสพความรู้สึกอยากเทรด” มากกว่า “เทรดเพื่อทำกำไรจริง ๆ”
ทำไมพอร์ตบวกแล้วถึงอยากเทรดต่อ?
เพราะ “สมองอยากรางวัลซ้ำ” นี่คือคำตอบทางวิทยาศาสตร์
1. สมองเข้าใจว่าการเทรด = ความสุข
เมื่อพอร์ตบวก สมองจะจดจำว่า “ทุกครั้งที่เทรด = ได้รางวัล” คราวต่อมา แม้จะยังไม่ได้เทรด สมองก็จะกระตุ้นให้อยากทำซ้ำ เพื่อไล่ตามความรู้สึกดีแบบเดิม
2. Dopamine ไม่รู้ว่า “ตอนนี้ได้พอแล้ว”
สมองไม่รู้จักคำว่า “พอ” มันรู้แค่ “อยากรู้สึกดีอีก” พอได้กำไร สมองจะกระซิบว่า “เปิดอีกไม้สิ เผื่อได้เพิ่ม” จนสุดท้ายจากความสุขเล็ก ๆ กลายเป็นกับดัก Overtrading
3. เพราะร่างกายตอบสนองเหมือนเล่นเกม
การเทรดแต่ละไม้ให้ความรู้สึกเหมือนการ “ลุ้น” และทุกครั้งที่เราชนะ สมองจะหลั่ง Dopamine คล้ายตอนเล่นเกมที่ผ่านด่าน แต่พอชนะบ่อย สมองเริ่ม “ชิน” และต้องการความตื่นเต้นเพิ่มขึ้น
จึงเปิดไม้ใหญ่ขึ้น เสี่ยงมากขึ้น เพื่อให้ได้ “ความรู้สึกเดิม”
คุณไม่ได้เทรดเพื่อกำไร แต่เทรดเพื่อไล่ตามความรู้สึกดีจากกำไรก่อนหน้า
ตัวอย่างจริงพอร์ตบวกเช้า ลบตอนเย็น
“นิว” เทรดทอง (XAUUSD) ได้กำไร 1,000$ ในช่วงเช้า ตอนแรกตั้งใจจะหยุด แต่เห็นกราฟยังสวยเลยเปิดเพิ่มอีกไม้
คราวนี้ราคาแกว่งสวน ทำให้ขาดทุนคืนหมดในเวลาไม่ถึงชั่วโมง เขาบอกว่า “ตอนนั้นไม่ได้อยากรวย แค่อยากรู้ว่าฉันจะชนะอีกไหม”
นั่นคืออาการของ Dopamine Loop หรือ “วงจรโดปามีน” ที่ทำให้เราเทรดเพื่อความรู้สึก ไม่ใช่เพื่อเหตุผล

สัญญาณว่าคุณอาจกำลังติด Dopamine Effect
เทรดได้กำไรแล้ว “อยากเทรดต่อทันที”
ไม่รู้จะเปิดไม้ใหม่ทำไม แต่อยากเปิด
รู้สึกเบื่อถ้าไม่มีออเดอร์เปิดค้างอยู่
ตั้งเป้าหยุดเทรดแต่ทำไม่ได้
ถ้าข้อใดข้อหนึ่งตรงกับคุณ แปลว่าระดับ Dopamine ในสมองเริ่มควบคุมพฤติกรรมเทรดแล้ว
วิธีจัดการ Dopamine Effect สำหรับเทรดเดอร์
1. กำหนด “กฎหยุดเทรดเมื่อได้กำไร” ชัดเจน
ตั้งไว้เลยว่า ถ้าได้กำไรเกิน X% ต่อวัน ให้หยุดทันที เพราะหลังได้กำไร สมองจะเริ่มทำงานด้วย “อารมณ์” มากกว่า “เหตุผล”
2. แยก “ความสุข” ออกจาก “ความสำเร็จ”
อย่าปล่อยให้สมองเข้าใจผิดว่า “ได้กำไร = มีคุณค่า” ลองให้รางวัลตัวเองจาก “การทำตามแผน” ไม่ใช่ “ตัวเลขในพอร์ต” จะช่วยฝึกให้สมองเสพความรู้สึกจาก “วินัย” แทน “กำไร”
3. ใช้เทคนิค Cool Down หลังเทรด
หลังปิดออเดอร์บวก ให้ห่างจากกราฟอย่างน้อย 15–30 นาที เพราะช่วงเวลานั้นคือจังหวะที่ Dopamine ยังสูง ถ้าอยู่ใกล้กราฟเกินไป จะอยากเทรดต่อโดยไม่รู้ตัว
4. ทำบันทึกอารมณ์หลังเทรด (Trading Journal) เขียนเลยว่า
ตอนเข้าไม้รู้สึกยังไง
ตอนได้กำไรรู้สึกยังไง
ตอนอยากเปิดเพิ่มเกิดจากอะไร
การจดแบบนี้ช่วยให้คุณเห็น “ลายเซ็นของอารมณ์” ตัวเองได้ชัดขึ้น
5. ฝึกสติด้วยการสังเกตตัวเอง (Mindful Trading)
ทุกครั้งที่มือจะกดเปิดออเดอร์ ลองถามว่า “นี่ฉันกำลังเทรด เพราะเห็นโอกาส หรือเพราะอยากรู้สึกดีอีก?” คำถามนี้จะดึงคุณออกจากวงจร Dopamine ได้แบบเรียลไทม์
เคล็ดลับจากเทรดเดอร์มืออาชีพ
เทรดเดอร์ระดับโปรมัก “หยุดทันที” หลังได้กำไร
พวกเขารู้ว่า ช่วงเวลาหลังชนะคือ “ช่วงอันตรายที่สุด”
และไม่วัดความเก่งจากจำนวนไม้ แต่จาก “การหยุดให้เป็น”
เทรดเดอร์สมัครเล่นไล่ตามความรู้สึก เทรดเดอร์มืออาชีพไล่ตามความสม่ำเสมอ
FAQ (คำถามพบบ่อย)
Q1: Dopamine Effect ต่างจาก Overtrading ยังไง?
A: Overtrading คือ “ผลลัพธ์” ส่วน Dopamine Effect คือ “สาเหตุ” ที่ทำให้คุณ Overtrade
Q2: ทำไมบางคนพอร์ตบวกแล้วหยุดได้?
A: เพราะเขาฝึกให้สมองเชื่อม “ความสุข” กับการหยุด มากกว่าการเปิดไม้
Q3: Dopamine Effect หายได้ไหม?
A: ไม่หาย 100% แต่ควบคุมได้ ด้วยวินัยและการสังเกตตัวเองอย่างต่อเนื่อง
Dopamine Effect คือกลไกธรรมชาติของสมองที่ทำให้เรา “อยากเทรดเพิ่ม” มันไม่ได้ผิด...แต่ถ้าไม่รู้เท่าทัน มันจะพาเราหลุดจากแผนได้ง่ายกว่าที่คิด
“พอร์ตไม่พังเพราะขาดทุน แต่พังเพราะเราไม่รู้ว่าควรหยุดตอนไหน”
การเข้าใจสมองของตัวเอง คือการเข้าใจตลาดในอีกมิติหนึ่ง และเมื่อคุณควบคุมอารมณ์ได้ คุณจะเริ่มควบคุมผลลัพธ์ได้เช่นกัน
👉 ถ้าคุณอยากเรียนรู้วิธีควบคุมอารมณ์ระหว่างเทรด ขอแนะนำคอร์ส “NeuroTrading – เข้าใจสมองก่อนเข้าไม้” และ “Mind Discipline Mastery – เทรดอย่างมีสติ หยุดให้เป็นก่อนพอร์ตพัง” จาก All Academy คอร์สที่จะช่วยให้คุณเข้าใจกลไกสมองของเทรดเดอร์
และฝึกใช้ Dopamine อย่างฉลาดเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน