
Drawdown คืออะไร? ทำไมพอร์ตเทรดดีแต่เงินไม่โตเสียที! มาทำความเข้าใจแนวคิด Drawdown ที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้วัดความแข็งแรงของพอร์ต พร้อมวิธีลด Drawdown อย่างได้ผล เพื่อให้พอร์ตเติบโตอย่างยั่งยืน
Introduction – เคยสงสัยไหมว่าทำไม “เทรดเก่งแต่เงินไม่เพิ่ม”?
คุณเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหม? ชนะติดกันหลายไม้ แต่พอพอร์ตติดแดงทีเดียวเหมือนกำไรหายหมด 😩 หรือบางคนเทรดแม่น แต่สุดท้ายยอด Balance ไม่ไปไหน — ทั้งที่ดูเหมือน “ทำถูกทุกอย่าง” แล้ว สาเหตุไม่ได้อยู่ที่ฝีมือ แต่เพราะคุณอาจ “ไม่เข้าใจ Drawdown”
Drawdown คือเครื่องชี้วัดสำคัญที่บอกว่า “พอร์ตคุณเสี่ยงแค่ไหนตอนเจอขาดทุน ถ้าคุณควบคุม Drawdown ไม่ได้ ต่อให้เทรดชนะ 70% ก็อาจจบด้วยพอร์ตล้างไดเหมือนกัน
Drawdown คืออะไร?
คำว่า Drawdown หมายถึง
“การลดลงของมูลค่าพอร์ตจากจุดสูงสุด (Peak) มายังจุดต่ำสุด (Trough) ก่อนที่พอร์ตจะฟื้นตัวกลับมา”
พูดง่าย ๆ ก็คือ ช่วงเวลาที่พอร์ตติดลบ หรือ “อยู่ในหลุมขาดทุนชั่วคราว” ตัวเลข Drawdown จะบอกเราว่า “พอร์ตเรายอมรับการขาดทุนได้มากแค่ไหน” เช่น
พอร์ตคุณ 10,000$
เคยขึ้นสูงสุดถึง 12,000$
แล้วร่วงลงมาเหลือ 10,800$
เท่ากับคุณมี Drawdown 10% (ขาดทุน 1,200$ จากพีค)
📉 ยิ่ง Drawdown เยอะ = พอร์ตยิ่งเสี่ยง
📈 ยิ่ง Drawdown น้อย = พอร์ตยิ่งนิ่งและมีวินัย
ประเภทของ Drawdown ที่เทรดเดอร์ควรรู้
1. Absolute Drawdown (ขาดทุนจากเงินต้น) คือการวัดว่าพอร์ตเคยติดลบจากทุนเริ่มต้นเท่าไหร่
ตัวอย่าง: ทุนเริ่ม 5,000$ เคยติดลบลงเหลือ 4,000$ Drawdown = 1,000$
2. Maximum Drawdown (ขาดทุนสูงสุด) คือการขาดทุนมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง
เช่น พอร์ตเคยขึ้นถึง 8,000$ แล้วลงมา 6,000$ = 25%
3. Relative Drawdown (ขาดทุนเป็นเปอร์เซ็นต์) ใช้บอกอัตราความเสี่ยงในรูปเปอร์เซ็นต์ของยอดสูงสุด เหมาะกับใช้เปรียบเทียบพอร์ตต่าง ๆ หรือใช้เป็นเงื่อนไขระบบเทรด
ทำไมพอร์ตดีแต่เงินไม่โต?
เพราะ “Drawdown สูงเกินไป” แม้คุณจะเทรดชนะเยอะ แต่ถ้าแพ้แต่ละครั้งขาดทุนหนัก พอร์ตจะโตช้ามาก ลองดูตัวอย่างนี้ 👇
จะเห็นว่าแม้เทรดเดอร์ B จะชนะมากกว่า แต่เพราะ “ตอนแพ้แพ้หนัก” ทำให้ Drawdown กลืนกำไรหมด จนเงินในพอร์ตไม่โตจริง
พอร์ตที่โตแบบยั่งยืน ไม่ใช่พอร์ตที่ชนะเยอะสุด
แต่คือพอร์ตที่ “ขาดทุนน้อยที่สุด”
วิธีคำนวณ Drawdown ด้วยตัวเอง
สูตรง่าย ๆ สำหรับเทรดเดอร์ทั่วไปคือ
Drawdown(%)=Peak−TroughPeak×100Drawdown (\%) = \frac{Peak - Trough}{Peak} \times 100Drawdown(%)=PeakPeak−Trough×100
เช่น
ยอดสูงสุดของพอร์ต = 10,000$
ยอดต่ำสุดหลังจากนั้น = 9,000$
Drawdown = (10,000 - 9,000) / 10,000 × 100 = 10%
แนะนำให้บันทึก Drawdown ทุกเดือน เพื่อดูแนวโน้มว่าคุณคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้นหรือไม่
Drawdown ที่เหมาะสมควรอยู่ระดับไหน?
เทรดเดอร์มือใหม่: ไม่เกิน 10–15%
เทรดเดอร์กลาง: คุมได้ราว 5–10%
เทรดเดอร์อาชีพ / กองทุน: ส่วนใหญ่ไม่เกิน 3–5%
ถ้าเกิน 20% = ถือว่าพอร์ตเสี่ยงสูง ต้องรีบปรับแผน MM (Money Management)
เทคนิคลด Drawdown ให้พอร์ตนิ่งขึ้น
ใช้ Risk per Trade ไม่เกิน 1–2%
อย่าเสี่ยงเกินทุนในไม้เดียว เพราะเมื่อแพ้ จะเสียยากต่อการฟื้นตั้ง Stop Loss ทุกไม้
ไม่มี SL = ไม่มีวินัย พอร์ตจะเจอ Drawdown หนักทันทีอย่าเปิดหลายไม้พร้อมกันในฝั่งเดียวกัน
เพราะมันเหมือนคุณ “เพิ่มเลเวอเรจโดยไม่รู้ตัว”จดบันทึกพอร์ต (Trading Journal)
เพื่อดูสาเหตุ Drawdown แต่ละครั้ง แล้วปรับแผนในอนาคตใช้เทคนิค Scaling Out
ทยอยปิดกำไรบางส่วน เพื่อลดแรงกระแทกตอนตลาดกลับตัว
ตัวอย่างจริงพอร์ตทองคำ (XAUUSD)
ในเดือนตุลาคม 2025 ราคาทองคำ (XAUUSD) ปัจจุบันอยู่ราว 4,112 USD/oz Investing.com+1ตัวอย่างบทเรียน: ราคาทองเคลื่อนไหวในกรอบ ~ 4,046$ – 4,112$ เทรดเดอร์หลายคนเปิด Buy หนักเกินไปในช่วงกราฟเริ่ม Sideway ทำให้พอร์ตติดลบถึง ~15–20% ก่อนราคาดีดขึ้น
ส่วนเทรดเดอร์มืออาชีพวางแผนเสี่ยงไม้ละ ~2% ตั้ง SL ชัด และทยอยออกบางส่วนเมื่อได้กำไร ผลคือ Drawdown รวมทั้งเดือนต่ำกว่า ~5% แต่ยังมีกำไรสุทธิ +6% บทเรียนคือ “พอร์ตที่เสี่ยงน้อยกว่า มักอยู่รอดได้นานกว่า”
FAQ (คำถามพบบ่อย)
Q1: Drawdown สูง ๆ ถือว่าแย่ไหม?
A: ไม่เสมอไป ถ้ามีแผนฟื้นตัวที่ดี แต่โดยทั่วไปถ้าเกิน 20% ควรหยุดพักและทบทวนระบบเทรด
Q2: Drawdown กับ Loss ต่างกันไหม?
A: ต่างกัน — Loss คือการขาดทุนต่อไม้, แต่ Drawdown คือผลรวมจากการขาดทุนต่อเนื่องในพอร์ต
Q3: โปรแกรมคำนวณ Drawdown มีไหม?
A: มีครับ เช่น MyFxBook หรือ FX Blue จะโชว์ค่า Drawdown อัตโนมัติ
เข้าใจ Drawdown = เข้าใจความอยู่รอด
Drawdown คือ “กระจกสะท้อนวินัยเทรดเดอร์” มันไม่ใช่แค่ตัวเลขบอกผลลบ แต่คือสิ่งที่เตือนให้คุณรู้ว่าคุณเสี่ยงแค่ไหนในวันที่ตลาดไม่เป็นใจพอร์ตที่ดีไม่จำเป็นต้องกำไรทุกวัน แต่ต้อง “ไม่ตกแรง” จนฟื้นยาก — และนั่นคือหัวใจของการเทรดยั่งยืน
ถ้าอยากเรียนรู้วิธี “ลด Drawdown และจัดการพอร์ตให้เติบโตแบบมืออาชีพ” ขอแนะนำคอร์ส “บริหารพอร์ตอย่างมืออาชีพด้วย MM Pro Plan” และ “รู้ทางกราฟด้วยเทคนิค Price Action Advance” จาก All Academy