เทคนิคแบ่งไม้ (Scaling In / Scaling Out) แบบโปร


เทคนิคแบ่งไม้ (Scaling In / Scaling Out) คือกลยุทธ์การเข้า–ออกออเดอร์ทีละส่วน เพื่อบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไร บทความนี้จะอธิบายวิธีใช้แบบเทรดเดอร์มือโปร พร้อมตัวอย่างจริงจากตลาด Forex และทองคำ

เทคนิคแบ่งไม้ คืออะไร?

เทคนิคแบ่งไม้ หรือ Scaling In / Scaling Out คือการเข้า–ออกออเดอร์แบบ “ไม่หมดไม้ในครั้งเดียว” แต่ค่อย ๆ เพิ่มหรือลดออเดอร์ตามจังหวะตลาด เพื่อควบคุมความเสี่ยงและจัดการอารมณ์ในการเทรด พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ…

“เข้าไม้ตอนมั่นใจขึ้น – ออกไม้ตอนได้กำไรพอใจ”

เทคนิคนี้เป็นกลยุทธ์ที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้กันทั่วโลก เพราะช่วยให้พอร์ตอยู่รอดได้นานและไม่พังง่ายเหมือนคนเข้าไม้เดียวเต็มจำนวน

Scaling In คืออะไร?

Scaling In คือการ “เพิ่มไม้” เมื่อราคาวิ่งไปในทิศทางที่เราคาดไว้ เช่น ถ้าคุณเข้า Buy แล้วราคาเดินหน้าขึ้นตามเทรนด์ ก็สามารถเพิ่มอีกไม้เมื่อเกิดสัญญาณยืนยันใหม่

💬 หลักของ Scaling In: เพิ่มไม้เฉพาะตอน “ถูกทาง” เท่านั้น

ตัวอย่าง

คุณเปิด Buy ทองคำ (XAUUSD) ที่ 2,450$ เมื่อราคาขึ้นไป 2,460$ แล้วเกิดแท่งยืนยัน (เช่น Break High + Engulfing) คุณอาจเพิ่ม Buy อีกหนึ่งไม้ เพื่อขยายกำไรในเทรนด์เดียวกัน Scaling In จึงไม่ใช่ “การถัวเฉลี่ย” แต่คือ “การต่อยอดกำไร” อย่างมีระบบ

Scaling Out คืออะไร?

Scaling Out คือการ “ทยอยปิดกำไรบางส่วน” เมื่อราคาเริ่มเข้าใกล้โซนเป้าหมาย แทนที่จะถือไม้เดียวไปจนจบ คุณจะค่อย ๆ ปิดบางส่วนเพื่อเก็บกำไรและลดความเสี่ยง

ตัวอย่าง

เปิด Sell ทองคำที่ 2,520$ เมื่อราคาลงถึง 2,500$  ปิดครึ่งหนึ่งเก็บกำไร  อีกครึ่งถือยาวถึง 2,480$  ปิดหมดเมื่อถึงเป้าใหญ่

🎯 แนวคิด: “เก็บกำไรบางส่วนไว้ก่อน แล้วปล่อยให้กำไรที่เหลือทำงานต่อ”

Scaling In vs Scaling Out ต่างกันยังไง?

ประเภท

Scaling In

Scaling Out

จุดประสงค์

เพิ่มกำไรจากเทรนด์ที่ถูกทาง

ปกป้องกำไรเมื่อเทรนด์อ่อนแรง

ใช้เมื่อ

ราคายืนยันเทรนด์

ราคามาใกล้โซนเป้าหมาย

เหมาะกับ

สายเทรนด์ / Swing

สาย Day Trade / Risk Control

ความเสี่ยง

เพิ่มขึ้นตามจำนวนไม้

ลดลงตามการปิดบางส่วน

วิธีวางแผนแบ่งไม้แบบโปร

  1. เริ่มจาก Risk per Trade ที่ชัดเจน
    รู้ก่อนว่าไม้ละเสี่ยงกี่เปอร์เซ็นต์ เช่น พอร์ต $1,000 เสี่ยงไม้ละ 2% = $20

  2. แบ่งไม้เข้า (Scaling In):

    • เข้าไม้แรกเมื่อเจอสัญญาณชัด

    • เพิ่มอีกไม้เมื่อกราฟยืนยันเทรนด์ (เช่น Break High, Break Structure)

  3. แบ่งไม้ปิด (Scaling Out):

    • ปิดบางส่วนที่ RR 1:1

    • ปิดเพิ่มที่ RR 1:2

    • ปล่อยไม้สุดท้ายถึง TP ใหญ่

  4. ห้ามเปิดไม้เพิ่มในฝั่งที่ขาดทุนเด็ดขาด
    Scaling In ต้องเพิ่มเมื่อถูกทางเท่านั้น ไม่ใช่ “ถัวเฉลี่ย”

ตัวอย่างการเทรดจริงทองคำ (XAUUSD)

ในเดือนตุลาคม 2025 ราคาทองคำ (XAUUSD) วิ่งจาก 4,200$ - 4,260$ เทรดเดอร์มือโปรเปิด Buy แรกที่ 4,200$ เมื่อราคายืนยันขาขึ้นเหนือ 4,220$ เพิ่มไม้ที่สอง และอีกไม้ที่ 4,235$ เมื่อเกิดแท่ง Engulfing ขาขึ้น จากนั้นทยอยปิดกำไรบางส่วนที่ 4,250$ และปิดทั้งหมดที่ 4,260$

ผลลัพธ์: ได้กำไรรวม RR 1:4 โดยใช้เทคนิค Scaling In + Scaling Out ควบคู่กันอย่างเป็นระบบ 

ข้อดีของเทคนิคแบ่งไม้

  • ลดความเสี่ยงตอนเข้าไม้แรก

  • เพิ่มโอกาสทำกำไรเมื่อราคาถูกทาง

  • ช่วยจัดการอารมณ์ ไม่ลุ้นหนัก

  • เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกระดับ

  • ใช้ได้กับทุก Timeframe และทุกตลาด

ข้อควรระวัง

  • ห้ามเพิ่มไม้ในฝั่งที่ขาดทุน (ไม่ถัวเฉลี่ย)

  • อย่าขยายไม้เร็วเกินไปในตลาด Sideway

  • ต้องคำนวณรวม Risk ทั้งหมดของพอร์ตเสมอ

  • ถ้าเทรดหลายคู่พร้อมกัน ให้จำกัดรวมไม่เกิน 5% ของพอร์ต

FAQ (คำถามพบบ่อย)

Q1: เทคนิคแบ่งไม้เหมาะกับพอร์ตเล็กไหม?
A: เหมาะมาก เพราะช่วยลดความเสี่ยงและคุมทุนได้ดีกว่าเข้าไม้เดียวเต็มจำนวน

Q2: ต้องตั้ง SL / TP แยกแต่ละไม้ไหม?
A: SL เหมือนกันได้ แต่ TP ควรแยกเพื่อตั้งจุดทยอยปิดกำไร

Q3: ใช้กับทองคำหรือคริปโตได้ไหม?
A: ได้ทั้งหมด เพราะเป็นหลักการบริหารพอร์ต ไม่ใช่ระบบเทคนิคเฉพาะตลาด

การแบ่งไม้คือศิลปะของความยั่งยืน

เทคนิคแบ่งไม้ (Scaling In / Out) คือเครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์ “รอดในวันที่แพ้ และได้มากขึ้นในวันที่ชนะ” มันไม่ใช่แค่เรื่องของการเพิ่มหรือลดไม้ แต่คือการเข้าใจจังหวะของตลาดและควบคุมอารมณ์ตัวเองให้อยู่ในเกมได้นานที่สุด เทรดไม่ต้องถูกทุกไม้…แต่ถ้ารู้จักแบ่งไม้ดี คุณจะอยู่รอดและโตพอร์ตได้จริง 💪

หากอยากฝึกเทคนิค Scaling In / Out อย่างมือโปร ขอแนะนำคอร์ส “บริหารพอร์ตอย่างมืออาชีพด้วย MM Pro Plan” และ “วางแผนเข้าออกไม้แบบรายใหญ่ด้วย SMC Advanced” จาก All Academy