Risk per Trade คืออะไร? คำนวณความเสี่ยงให้พอร์ตไม่แตก


Risk per Trade คือหัวใจของ Money Management ที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้เพื่อควบคุมความเสี่ยงในทุกออเดอร์ บทความนี้จะพาไปรู้ว่าควรเสี่ยงเท่าไหร่ต่อไม้ คิดยังไงให้พอร์ตอยู่รอดแม้จะขาดทุนหลายครั้งติดกัน

Risk per Trade คืออะไร?

Risk per Trade หมายถึง “จำนวนเงินที่คุณยอมเสียได้ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง” มันคือเครื่องมือวัดความเสี่ยงที่ช่วยป้องกันไม่ให้คุณหมดพอร์ตเร็วเกินไป พูดง่าย ๆ ก็คือทุกครั้งที่คุณเปิดออเดอร์ คุณต้องรู้ก่อนเลยว่า “ถ้าไม้นี้แพ้ จะเสียเท่าไหร่?”

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่พังเพราะ “ไม่รู้ตัวเองกำลังเสี่ยงอยู่เท่าไหร่” แต่คนที่อยู่รอดได้ในตลาด Forex กลับให้ความสำคัญกับ Risk per Trade มากกว่า “กำไรต่อไม้”

ทำไม Risk per Trade ถึงสำคัญ?

ลองจินตนาการว่าคุณมีทุน $1,000 แล้วเสี่ยงไม้ละ $200 แค่แพ้ 5 ไม้ติด พอร์ตคุณก็หายไป 100% ในทางกลับกัน ถ้าคุณเสี่ยงแค่ 2% ต่อไม้ = $20 ถึงจะแพ้ 10 ไม้ติด ก็ยังเหลือเงินกว่า 80% ของพอร์ตให้กลับมาแก้เกมได้

💬 สรุป: Risk per Trade ไม่ได้ช่วยให้ชนะมากขึ้น แต่มันช่วยให้ “อยู่รอด” ในตลาดได้นานพอที่จะชนะ

Risk per Trade ควรอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์?

ไม่มีสูตรตายตัว แต่หลักสากลคือ เทรดเดอร์มืออาชีพส่วนใหญ่ “เสี่ยงไม่เกิน 1–2% ต่อไม้”

ระดับความเสี่ยง

เปอร์เซ็นต์ต่อไม้

เหมาะกับใคร

ตัวอย่างพอร์ต $1,000

ต่ำมาก

0.5%

คนชอบปลอดภัย

เสี่ยง $5 ต่อไม้

มาตรฐาน

1–2%

เทรดเดอร์ทั่วไป

เสี่ยง $10–20 ต่อไม้

เสี่ยงสูง

3–5%

คนมีประสบการณ์สูง

เสี่ยง $30–50 ต่อไม้



จำไว้: ยิ่งพอร์ตใหญ่ ยิ่งควรเสี่ยงน้อย เพราะการปกป้องเงินสำคัญกว่าการล่ากำไร

วิธีคำนวณ Risk per Trade แบบเข้าใจง่าย

สมมติคุณมีทุน $1,000 และต้องการเสี่ยงไม่เกิน 2% ต่อไม้

  1. คำนวณจำนวนเงินที่ยอมเสียได้ 

           $1,000 x 0.02 = $20 ต่อไม้

  1. คำนวณขนาดล็อต (Lot Size)
    ถ้า SL อยู่ห่าง 50 pips 1 pip = $0.4

    50 pips x 0.4 = $20 (ตรงกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้พอดี)

  2. เปิดออเดอร์ได้ 0.04 lot สำหรับไม้ที่ SL = 50 pips

สูตรทั่วไป

Lot Size = (ขนาดพอร์ต x %Risk) ÷ (SL x Pip Value)

ปรับ Risk per Trade ยังไงให้เหมาะกับสไตล์ตัวเอง

🔸 สายสั้น (Scalper)

  • ใช้ SL สั้น (10–20 pips)

  • สามารถเสี่ยง 1–2% ต่อไม้

  • เน้นเข้าออกเร็วหลายครั้ง

🔸 สายกลาง (Day Trader)

  • ใช้ SL ปานกลาง (30–60 pips)

  • เสี่ยงประมาณ 1–1.5% ต่อไม้

  • โฟกัสจังหวะชัด ไม่รีบเกินไป

🔸 สายยาว (Swing Trader)

  • ใช้ SL กว้าง (80–150 pips)

  • เสี่ยงเพียง 0.5–1% ต่อไม้

  • เน้นความมั่นคงระยะยาว

เทคนิคบริหารความเสี่ยงให้พอร์ตอยู่รอด

  1. อย่าเพิ่มล็อตเพราะอารมณ์ดี  เทรดเดอร์ส่วนใหญ่พังเพราะ “ไม้แก้แค้น”

  2. ปรับขนาดล็อตตามทุนใหม่ทุกสัปดาห์  เพื่อให้ Risk per Trade คงที่เสมอ

  3. ใช้ Reward Ratio คู่กัน (RR Ratio)  อย่างน้อยควร 1:2 ขึ้นไป

  4. อย่าเปิดหลายไม้พร้อมกันโดยไม่คำนวณรวมความเสี่ยง

  5. จำไว้ว่าพอร์ตใหญ่ไม่ต้องชนะทุกไม้ แค่แพ้น้อยกว่าชนะก็พอ

ตัวอย่างการวางแผน Risk per Trade จริง

สมมติคุณมีทุน $5,000 ตั้ง Risk per Trade = 1%  เสี่ยง $50 ต่อไม้

  • SL 50 pips  เปิด 0.1 lot

  • ถ้า TP 100 pips  ได้กำไร $100

  • Risk : Reward = 1 : 2

หมายความว่า ถ้าคุณชนะแค่ 50% ของทั้งหมด คุณก็ยังมีกำไร เพราะระบบไม่ได้เน้น “ถูกทุกไม้”แต่มันเน้น “คุมความเสียหายแต่ละไม้ให้น้อยที่สุด”


FAQ (คำถามพบบ่อย)

Q1: Risk per Trade 5% ต่อไม้ได้ไหม?
A: ได้ แต่เหมาะกับคนมีประสบการณ์สูงและรับการ Drawdown ได้ เพราะเสี่ยงสูง

Q2: ต้องคำนวณทุกครั้งไหมก่อนเปิดออเดอร์?
A: ควรคำนวณจนเป็นนิสัย แม้ใช้เครื่องคำนวณ Lot ก็ต้องรู้หลักคิดเอง

Q3: Risk per Trade ใช้กับการเทรดทองได้ไหม?
A: ได้แน่นอน แค่คำนวณ pip value ให้ตรงกับคู่ XAUUSD ก็เพียงพอ

Q4: ถ้าพอร์ตเล็กมากควรทำยังไง?
A: ใช้บัญชี Cent หรือบัญชี Mini เพื่อให้สามารถควบคุมล็อตเล็กลงได้


คุมความเสี่ยงได้ = พอร์ตอยู่รอด

Risk per Trade คือหัวใจของการเทรดอย่างยั่งยืน เพราะ “การรอด” สำคัญกว่าการ “รวยเร็ว” คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งแต่ต้องแน่ใจว่าทุกครั้งที่แพ้ — คุณยังอยู่ในเกม 💪

ถ้าอยากเรียนรู้วิธีวางแผน Money Management และคำนวณ Risk per Trade อย่างมืออาชีพขอแนะนำคอร์ส “บริหารพอร์ตให้ไม่พัง ด้วยระบบ MM Pro Plan” และ “กลยุทธ์เทรดให้รอดก่อนรวย” จาก All Academy